กระบี่อสูร ต๊กโกวคิ้วป่าย

By สุดเดช, 2 ตุลาคม 2009 17:58
ภาพประกอบจากมังกรหยก

ภาพประกอบจากมังกรหยก

กระบี่อสูร ต๊กโกวคิ้วป้าย เป็นตัวละครที่ไม่ได้มีชีวิตอยู่ในเรื่องแต่กลับมีการพูดถึงตัวละครนี้ อย่างกว้างขวาง ตามเวลาในเรื่อง ต๊กโกวฉิวป้ายมีชีวิตอยู่ในช่วงรอยต่อระหว่าง เรื่อง แปดเทพอสูรมังกรฟ้า กับเรื่องมังกรหยก

แม้จะไม่ได้มีชีวิตอยู่ในเรื่องแต่เรื่องราวของ เขาได้ถ่ายทอดผ่านสิ่งที่เขาทิ้งไว้ ทั้งที่เป็นวัตถุ คือกระบี่กับคำจารึก และสิ่งมีชีวิตนั้นคือ อินทรีวิเศษ เอี้ยก้วยได้รู้จักต๊กโกวคิ้วป่ายจากอินทรีวิเศษนี้เอง อินทรีวิเศษได้ชักนำเอี้ยก้วยเข้าสู่หุบเขาไปจนพบถ้ำแห่งหนึ่ง ถ้ำนั้นตืนยิ่งเดินเพียงสามวาก็สุดทาง ภายในมีเพียงโต๊ะหินตัวหนึ่ง ด้านมุมมีกองหินกองอยู่คล้ายเป็นหลุมฝังศพ ตรงผนังถ้ำจารึกไว้ด้วยข้อความดังนี้

“ท่องยุทธจักรสามสิบกว่าปี สังหารศัตรูอริราช โค่นวีรบุรุษผู้กล้าหาญ ทั่วทั้งโลกหล้าไร้คู่มือต่อต้าน ยามอับจนปัญญา ได้แต่เร้นกายพำนักในหุบเขาลึก มีอินทรีเป็นเพื่อน โออนิจจาในชีวิตคิดแสวงหาคู่มือสักคนยังไม่พบพาน นับว่าความปล่าเปลี่ยวอ้างว้างสุดทนทาน”
ลงชื่อ เกี่ยมม้อ (กระบี่อสูร) ต๊กโกวคิ้วป่าย

จาก ข้อความที่จารึกแม้ไม่มีพยานยืนยันว่า ไร้ผู้ต่อต้านจริงดังที่กล่าวอ้างหรือไม่ แต่ก็มีสิ่งที่พอจะเป็นหลังฐานยืนยั้นถึงพลังฝีมือของคนผู้นี้ ว่ามิใช่ชนชั้นธรรมดา นั้นคือ แนวทางการฝึกวิชาที่เขาหลงเหลือทิ้งไว้ให้ไว้กับอินทรีวิเศษ ซึ่งต่อมาเอี้ยก้วยได้ใช้แนวทางการฝึกนี้สามารถบรรลุถึงขั้นสุดยอดของวิชา กระบี่ได้ จากตรงนี้น่าจะพอยืนยันได้ส่วนหนึ่งว่าข้อความที่จารึกไว้มิใช่จอมปลอม

สุสานกระบี่
อีก สิ่งที่ต๊กโกวคิ้วป่ายได้ทิ้งไว้ และยืนยันถึงการมีตัวตนและระดับพลังฝีมือในเชิงกระบี่ของเขา นั้นคือสุสานกระบี่ สุสานกระบี่ตั้งอยู่บนแทนหินที่ยืนออกมาจากหน้าผาสูงชัน จารึกข้อความไว้ว่า

กระบี่อสูรต๊กโกวคิ้วป่าย เมื่อพิชิตทั่วแผ่นดินไร้ผู้ต่อต้าน จึงฝังกระบี่ไว้สถานที่นี้ โอ้อนิจจา เหล่าผู้กล้าอับจนวิธี เสียทีที่กระบี่คมกล้า เป็นที่น่าอนาถใจ

เอี้ย ก้วยเมื่อเห็นข้อความก็รู้สึว่าผู้อวุโสท่านนี้มีนิสัยทระนงถือดี ท่องเที่ยวเพียงลำพัง มีส่วนคล้ายกับนิสัยใจคอของเขา สุสานกระบี่ก็ครอบครองชัยภูมที่ดี คาดว่าคนผู้นี้ปราดเปรื่องทั้งบุ๋นและบู๋ มีปณิธานเหนือคนธรรมดา นับเป็นยอดคนที่น่าเลื่อมใส

ในสุสานกระบี่มีกระบี่วางเรียงอยู่บน แท่นหินเขียว กระบี่ที่วางเรียงมีสามเล่ม ระหว่างเล่มแรกกับเล่มที่สองขั้นไว้ด้วยแผ่นหินแท่งยาวแท่งหนึ่ง ใต้กระบี่แรกได้สลักอังษรไว้ว่า

เกรี่ยวกราดรุนแรง ทำลายล้างทุกสิ่ง เมื่อวัยหนุ่มฉกรรจ์ ใช้ชิงชัยกับเหล่าผู้กล้าแคว้นฮ่อซวก

ลักษณะกระบี่มีความยาวประมาณสี่เชียะ เปร่งประกายสีเขียว นับเป็นศัสตราวุธคมกล้า ถัดมาเป็นแท่งหิน เมื่อยกขึ้นมีข้อความจารึกไว้ว่า

กระบี่อ่อนกุหลาบหนูม่วง ใช้ก่อนอายุสามสิบ พลั้งมือทำร้ายผู้กล้าฝ่ายธัมมะ ถือเป็นสิ่งอัปมงคล โยนทิ้งลงสู่ก้นหุบเหว

ตรง นี้นับเป็นอีกหนึ่งความแยบยลในการเขียนของท่านกิมย้ง เรื่องกระบี่ที่ทิ้งเหวไปนี้ไม่มีผลอะไรกับเนื้องเรื่องแม้แต่น้อย แต่เป็นวิธีการที่กิมย้งทำให้ตัวละครที่ไม่มีตัวตนดูมีเรื่องราวทีมา และจากจุดนี้เองก็มีหลายท่าน ได้นำกระบี่เล่มที่สองนี้ไปแต่งเพิ่มเป็นเรื่องราว ซึ่งก็แตกต่างกันไปตามแต่ละคนจะจิตนาการ

กระบี่เล่มที่สาม เป็นกระบี่สีดำมีน้ำหนักมาก ปลายโค้งมนไม่มีคม กระบี่แบบนี้ไหนเลยใช้ได้คล่องแคล่วถนัดมือ แต่ใต้กระบี่กลับจารึกไว้ว่า

กระบี่หนักไร้คม ใช้ได้คล่องแคล่ว ฝีมือการสร้างไม่ประณีต ก่อนอายุสี่สิบใช้พิชิตทั้วแผ่นดิน

เอี้ย ก้วยครุ่นคิด เพลงกระบี่ทั่วหล้าล้วนยืดความรวดเร็วเป็นหลัก กระบี่หนักอึ่งนี้ไม่ทราบใช้อย่างไร เมื่อนึดถึงยอดคนครั้งอดีต อดเคลิบเคลิ้มเลื่อนลอยมิได้

กระบี่สุดท้าย เอี้ยก้วยคิดว่ายิ่งต้องหนักกว่าเดิม จึงเกรงลมปราณสู่แขนซ้าย แต่พอยกมากลับเบาหวิว ที่แท้เป็นเพียงกระบี่ไม้เปื่อยผุ จารึกไว้ว่า

หลัง อายุสี่สิบปี ไม่ยึดติดกับวัตถุ แม้แมกไม้ไผ่หินล้วนถือเป็นกระบี่ได้ นับแต่นี้พากเพียรฝึกปรือ เริ่มเข้าสู่ห้วงไร้กระบี่เหนือกว่ามีกระบี่

เอี้ยก้วยวางกระบี่ลงอย่างนอบน้อม ทอดถอนใจยาว กล่าวว่า “ยอดวิชาของผู้อวุโส สุดที่ผู้คนจะคาดคำนวนได้

จากผู้นำเสนอ

ถูกใจประโยคที่ว่า “ไม่ยึดติดกับวัตถุ แม้แมกไม้ไผ่หินล้วนถือเป็นกระบี่ได้ นับแต่นี้พากเพียรฝึกปรือ เริ่มเข้าสู่ห้วงไร้กระบี่เหนือกว่ามีกระบี่” เป็นสุดยอด ความหมายจริง ๆ

ถ้าเปรียบเป็นคนใช้คอมพิวเตอร์ ไม่ว่าจะเป็น ระบบปฏิการใด ๆ ก็ตาม ก็สามารถใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินได้ทั้งนั้น(ยังต้องแปลลงไปอีก) หรือใครจะมองเป็นความหมาย อื่น ๆ ที่ดีและถูกต้องกว่านี้ ก็เข้าใจครับ เพราะระดับการเข้าถึงข้อความของแต่ล่ะคนมากน้อยไม่เท่ากัน

ขอขอบคุณอาจารย์ สุพงษ์ที่นำข้อความดี ๆ มาให้แก่ข้าพเจ้า

Bookmark and Share

Leave a Reply


Comment moderation is enabled. Your comment may take some time to appear.

Panorama theme by Themocracy