Category: จักรวาลล้านนา

ตุ๊กสุดๆ จะไปหื้อปะ

By สุดเดช, 7 กันยายน 2009 15:37

ตุ๊กสุดๆ จะไปหื้อปะ

lanna-1

1.ก้างปักเหงียก
3.จิ้นขำเขี้ยว
5.มดขบต๋า
7.สิวออกในฮุดัง
9.มุดฮั้วลวดหนาม
11.เหม็นขี้แฮ้ในลิฟท์
13.ยกจ๋ำขึ้นบะได้
15.โดนหละกุยยอกแก่นต๋า
17.เมียเผลอเซาะมีกิ๊ก
19.อู้หยั่งแม้วหยั่งกับยาง
21.อันนั้นสั้นล้ำไป
23.บ่าเสียวมีเซ็กซ์
25.ป๋ายกางเป๋นฝี
27.ตุ้ยอุ้มลุ้มอุ้บ่าฉ๊ะ
29.ทีวีโดนลัก
31.มดง่ามขบจู๋
33.เมียสวกตบหงีบ
35.เก็บกดแม่เมียด่า
37.ต่าวอวบเติ๊บเปิ๊บก๋างห้าง
39.เม่อยไข้ทับระดู
41.โดนยับใบขับขี่
43.ฮักเมาแม่เฮือนหนุ่ม
45.เหม็นแมงแกงติดหัว
47.ซื้อหวยก่อบะถูก
49.เป๋นสังคังติดเก๊าขา
2.เกียกขบตี๋น
4.ไค่เยี่ยวบนรถ
6.ขาเป็นตะคริว
8.คันหลังเก๋าบ่สุด
10.จ๋ามในห้องแอร์
12.รูดซิบติดหำ
14.ไค่ให้ไค่หุย
16.เซาะหาผัวบะเจอ
18.ต๋ำน้ำพริกปอบะแหลว
20.ขางผัวอยู่ตึงวัน
22.มีไข่แก่นเดียว
24.ต๋าเก๊กสองข้าง
26.ป๋าย…เป๋นตุ่ม
27.ตุ้ยอุ้มลุ้มอุ้บ่าฉ๊ะ
28.เมียละผัวหนี
30.ผีตั๊กต๋อนค่ำ
32.หูเป๋นน้ำหนวก
34.ผัวถีบตกรถ
36.ขี้หมาติ๊ดเกิบ
38.อารมณ์ค้างผัวเสร็จเวอย
40.ฮู บ่กระชับ
42.ไค่ขี้ต๋อนกิ๋นเข้า
44.ไอ่ลุ่มบ่อไค่แข็งแรง
46.ผัวบะนอนตวย
48.ขี้มูกกาฮุดัง
50.สาบขี้หมาในรถ

credit : my_i-con@hotmail.com คนเมืองแต้ ๆ หนอ น้องหน่อ

Bookmark and Share

ขุนหลวงบะลังก๊ะ

By สุดเดช, 9 มกราคม 2009 14:57

ขุนหลวงบะลังก๊ะ หรือ ขุนหลวงวิรังคะ

wirungka_n

ซึ่งเล่ากันว่า ในสมัยที่พระนางจามเทวีปกครองเมืองหริภุญไชยราว พ.ศ. ๑๓๐๐ ในสมัยนั้นเล่ากันว่า

นครหริภุญไชยเป็นนครของชนชาติมอญ หรือเม็ง และในขณะเดียวกันบริเวณเชิงดอยสุเทพเป็นที่ตั้งบ้าน

เมืองของชาวลัวะมี ขุนหลวงวิรังคะเป็นเจ้าเมืองหรือหัวหน้า ขุนหลวงวิรังคะมีความรักในพระนางจามเทวี มี

ความประสงค์จะอภิเษกกับพระนาง แต่พระนางไม่ปรารถนาจะสมัครรักใคร่กับขุนหลวงลัวะ เพราะเป็นกลุ่ม

ชนที่มีวัฒนธรรมต่ำกว่ามอญในสมัยนั้น ขุนหลวงได้ส่งทูตมาเจริญไมตรีขอนางอภิเษกด้วย พระนางก็ผลัด

ผ่อนหลายครั้ง โดยมีเงื่อนไขต่าง ๆ ได้แก่ ขอให้ขุนหลวงสร้างเจดีย์ที่มีขนาดและลักษณะคล้ายกับเจดีย์พระ

ธาตุหริภุญไชย ให้ขุนหลวงพุ่งเสน้ามาตกที่ในเมือง พระนางจึงจะอภิเษกสมรสด้วย


ขุนหลวงวิรังคะ เป็นผู้ทรงพลังและชำนาญในการพุ่งเสน้า (เสน้า หมายถึง หอกด้ามยาวมีสองคม) ขุน

หลวงพุ่งเสน้าครั้งแรกตกที่นอกกำแพงเมืองหริภุญไชยด้านตะวันตกเฉียงเหนือปัจจุบันเรียกว่า หนองเสน้า

พระนางจามเทวีเห็นว่าจะเป็นอันตรายยิ่งถ้าขุนหลวงวิรังคะพุ่งเสน้ามาตกในกำแพงเมืองตามสัญญา พระ

นางจึงใช้วิชาคุณไสยกับขุนหลวงวิรังคะ โดยการนำเอาเศษพระภูษาของพระนางมาทำเป็นหมวกสำหรับผู้

ชาย นำเอาใบพลูมาทำหมากสำหรับเคี้ยวโดยเอาปลายใบพลูมาจิ้มเลือดประจำเดือนของพระนาง แล้วให้ทูต

นำของสองสิ่งนี้ไปถวายแด่ขุนหลวง ขุนหลวงได้รับของฝากจากพระนางเป็นที่ปลาบปลื้มอย่างยิ่ง นำหมวก

ใบนั้นมาสวมลงบนศีรษะ และกินหมากที่พระนางทำมาถวาย ซึ่งของทั้งสองสิ่งนี้ชาวล้านนาถือว่าเป็นของต่ำ

ทำให้อำนาจและพลังของขุนหลวงเสื่อมลง เมื่อพุ่งเสน้าอีกครั้งต่อมาแรงพุ่งลดลงเสน้ามาตกที่บริเวณเชิงดอย

สุเทพ ชาวบ้านเรียกว่า หนองสะเหน้า เช่นเดียวกัน ขุนหลวงเมื่อเสื่อมวิทยาคุณเช่นนั้น ก็หนีออกจากบ้าน

เมืองไป


ก่อนสิ้นชีวิต ขุนหลวงวิรังคะได้ขอให้เสนาอำมาตย์นำศพของท่านไปฝังไว้ ณ สถานที่ที่ขุนหลวงจะ

สามารถมองเห็นเมืองหริภุญไชยได้ตลอดเวลา ทหารได้จัดขบวนศพของขุนหลวงจากเชิงดอยสุเทพขึ้นสู่บน

ดอยสุเทพเพื่อหาสถานที่ฝังตามคำสั่ง ขบวนแห่ศพได้ลอดใต้เถาไม้เลื้อยชนิดหนึ่งเรียกว่า เครือเขาหลง ซึ่ง

เชื่อว่าถ้าผู้ใดลอดผ่านจะทำให้พลัดหลงทางกันได้ ขบวนแห่ศพขุนหลวงได้พากันพลัดหลงกระจัดกระจายไป

คนละทิศละทาง นักดนตรีบางคนพลัดหลงไปพร้อมกับเครื่องดนตรีของตน นิทานเล่าว่าภูเขาที่นักดนตรีผู้นั้น

หลงจะปรากฏมีรูปร่างคล้ายเครื่องดนตรีนั้น ๆ บนยอดเขาสุเทพ-ปุย จะมีภูเขาชื่อต่าง ๆ ดังนี้ ดอยฆ้อง

ดอยกลอง ดอยฉิ่ง ดอยสว่า บางแห่งเป็นที่แคบและฝาครอบโลงศพปลิวตก บริเวณนั้นเรียกว่า กิ่วแมว

ปลิว (คำว่า แมว หมายถึง ฝาครอบโลงศพที่ทำด้วยโครงไม้ไผ่ใช้ตกแต่งด้านบนของฝาโลงศพ)


เสนาอามาตย์ที่หามโลงศพของขุนหลวงได้เดินทางไต่ตีนเขาไปทางทิศเหนือ ถึงบริเวณแห่งหนึ่ง โลง

ศพได้คว่ำตกลงจากที่หาม เสนาอามาตย์จึงได้ฝังศพของขุนหลวงไว้ ณ สถานที่บนภูเขาแห่งนี้ ซึ่งจะสามารถ

มองเห็นเมืองหริภุญไชยได้ตลอดเวลา ยอดภูเขานี้ชาวบ้านเรียกว่า ดอยคว่ำหล้อง (หล้อง หมายถึง โลงศพ)


ปัจจุบันชาวบ้านยังเรียกชื่อภูเขาลูกนี้ว่า ดอยคว่ำหล้อง ตั้งอยู่บนภูเขาบริเวณเหนือน้ำตกแม่สา อำเภอ

แม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ ยอดเขาเป็นรูปสี่เหลี่ยมตัดลักษณะคล้ายโลงศพ บนยอดเขามีศาลของขุนหลวงวิรัง

คะตั้งอยู่ ชาวบ้านบริเวณเชิงเขาเล่าว่า กลางคืนเดือนเพ็ญบางครั้งจะได้ยินเสียงดนตรีบรรเลงบนยอดเขา เชื่อ

กันว่าวิญญาณของขุนหลวงสถิตอยู่บนดอยคว่ำหล้อง


บริเวณเชิงเขา มีหมู่บ้านลัวะหมู่บ้านหนึ่งชื่อว่า บ้านเมืองก๊ะ มาจากชื่อของขุนหลวงวิรังคะ เชื่อกันว่า

ชาวลัวะเหล่านี้เป็นเชื้อสายของขุนหลวงวิรังคะ ที่หมู่บ้านแห่งนี้มีศาลที่สถิตวิญญาณของขุนหลวง และทหาร

ซ้ายและขวาของขุนหลวงอีก ๒ ศาล ชาวบ้านจะเซ่นสรวงดวงวิญญาณขุนหลวงและทหารปีละครั้ง ชาวบ้าน

เล่าว่า ดวงวิญญาณของขุนหลวงจะสถิตอยู่ ๓ แห่งได้แก่ บนดอยคว่ำหล้อง ศาลที่บ้านเมืองก๊ะ อำเภอแม่ริม

และอีกแห่งหนึ่งคือ บริเวณดอยคำ อำเภอเมือง ซึ่งตั้งอยู่ทิศใต้ของดอยสุเทพ ปัจจุบันบนยอดดอยมีวัดชื่อว่า

วัดพระธาตุดอยคำ บนวัดแห่งนี้มีอนุสาวรีย์ขุนหลวงวิรังคะประดิษฐานที่ลานวัดใกล้เจดีย์ และที่ดอยคำ

แห่งนี้เป็นที่สถิตดวงวิญญาณของหัวหน้าลัวะซึ่งเป็นบรรพบุรุษของขุนหลวงวิรังคะ ชื่อว่า ปู่แสะ ย่าแสะ ซึ่ง

จะมีการเลี้ยงผีปู่แสะย่าแสะ ด้วยควายทุกปี หรือ ๓ ปีครั้ง

Bookmark and Share

Panorama theme by Themocracy